ดื่มน้ำ อย่างไร ให้อายุยืน
Share: facebook_share line_share twitter_share messenger_share

ดื่มน้ำ อย่างไร ให้อายุยืน


น้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญกับทุก ๆ สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ เมื่อขาดน้ำก็ยากที่จะต่อลมหายใจให้นานขึ้น นี่จึงเป็นหัวข้อที่ต้องหยบยกขึ้นมาว่าเราจะ ดื่มน้ำ อย่างไรให้อายุยืน

 

     ในการดำรงชีวิตของคนเราล้วนต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ ด้านเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้วงจรการดำรงชีวิตเป็นไปอย่างปกติ และเกิดความสมดุล ซึ่งถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วย่อมส่งผลต่อร่างกายให้เกิดความผิดปกติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำ อาหาร วิถีชีวิต การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ ไม่มีผลกับการดำรงชีวิตของคุณ การ ดื่มน้ำ นั้นเราก็ต้องเลือก เพราะน้ำมีหลายแบบหลายประเภท ถ้าอยากมีสุขภาพที่ดีเราควรรู้วิธีการ ดื่มน้ำ อย่างถูกต้อง

 

1. ดื่มน้ำ ธรรมชาติ

     น้ำดื่มธรรมชาติ หรือ น้ำดิบ ซึ่งอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ มีคุณสมบัติทางชีวภาพที่ทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง นำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อน หรือ ใส่สารฆ่าเชื้อ จะทำให้สูญเสียคุณประโยชน์นี้ไปโดยไม่จำเป็น หากต้องซื้อน้ำดื่มควรเลือกชนิดที่ ไม่ผ่านความร้อน หรือ น้ำดื่มธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อใด ๆ

 

2. น้ำกำจัดอนุมูลอิสระ ROS

     น้ำประเภทนี้ได้มาจากบ่อน้ำแร่ น้ำแร่ใต้ดิน หรือน้ำพุร้อน มีสรรพคุณในการกำจัดอนุมูลอิสระ ROS แต่สิ่งที่ควรระวัง คือ น้ำที่ติดฉลากว่า น้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติ หรือ น้ำแร่ธรรมชาติ แต่ความจริงคือน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วนำมาบรรจุขวดขาย ซึ่งน้ำประเภทนี้แทบไม่มีคุณสมบัติทางชีวภาพหลงเหลืออยู่เลย จึงไม่ต่างจากการดื่มน้ำบริสุทธิ์ทั่วไป

 

3. ระดับความเป็นด่างที่เหมาะกับร่างกาย

     การตัดสินใจเลือกดื่มน้ำด่าง ควรพิจารณาค่า pH ให้เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันดังต่อไปนี้

  • น้ำอ่อน ( Soft Water )

     น้ำอ่อน คือ น้ำที่ผ่านการกรองจนมีค่าความกระด้างต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ดื่มง่าย ไม่มีรสปร่า เหมาะสำหรับดื่มก่อนนอนหรือเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย สามารถนำไปปรุงอาหาร ชงชา หรือ ชงกับนมผงให้ทารกกินได้ แต่มีแร่ธาตุน้อย จึงไม่มีผลเชิงสุขภาพนัก

  • น้ำกระด้าง ( Hard Water )

     น้ำกระด้าง คือ น้ำที่มีค่าความกระด้างสูงกว่า  100 มิลลิกรัมต่อลิตร มีความขม และฝาด เพราะมีแมกนีเซียมปริมาณมาก มีแร่ธาตุสูง หากดื่มเป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมได้ แต่หากได้รับแมกนีเซียมมากเกินไป อาจจะทำให้ท้องเสีย กระเพาะอาหารและลำไส้ผิดปกติได้

 

4. ดื่มน้ำ ให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร

     ในร่างกายของผู้ใหญ่ประกอบด้วยน้ำราว 60% ขณะที่ร่างกายเด็กมีน้ำถึง 80% หากร่างกายขาดน้ำซัก 2% ก็จะเริ่มมีสัญญาณเตือนผ่านความรู้สึกคอแห้ง และกระหายน้ำ ปกติคนเราจะได้รับน้ำจากอาหารที่กินเข้าไปประมาณ 1 ลิตร และน้ำที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันอีก 0.5 ลิตร ส่วนที่เหลือจึงต้องาจากการดื่มน้ำโดยตรง ในแต่ละวัน ร่างกายจะสูญเสียน้ำไม่เท่ากัน ถ้าวันไหนออกแรงหนัก หรือ อากาศร้อนจนเสียเหงื่อ ร่างกายก็จะสูญเสียน้ำทันที 1 ลิตร ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร โดยดื่มครั้งละ 1 แก้ว และเริ่มจากการจิบทีละน้อยก่อนหากรู้สึกคอแห้งมากเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว

 

5. ดื่มน้ำ ด่าง

     ปกติค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ในร่างกายของคนมีสุขภาพดีจะอยู่ที่ 7.4 ซึ่งมีความเป็นด่างอ่อน ๆ ดังนั้นการดื่มน้ำด่างที่มีค่าเป็นด่าง หรือ ค่า pH ใกล้เคียงกัน จะดูดซึมแร่ธาตุได้ดี  ปัจจุบันมีน้ำอัลคาไลน์ ( น้ำด่าง ) ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความสมดุลให้ร่างกาย

     น้ำอัลคาไลน์ ( Alkaline ) จะช่วยปรับสมดุลค่า pH ของกรดในร่างกาย สามารถเข้าไปปรับสมดุลเป็นกรดในร่างกายที่เกิดจากความเครียด กังวล น้ำอัดลม กาแฟ เหล้า บุหรี่ หรือ มลพิษต่าง ๆ ร่างกายเราจะสร้างเซลล์ ไขมันเพื่อจะดักจับ และสมดุลกรดเกินในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอ้วน และมีไขมันส่วนเกิน

     การ ดื่มน้ำ อัลคาไลน์ จะช่วยปรับสมดุลกรดเกินในร่างกาย และยังช่วยให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูง แต่ตรงกันข้ามกันร่างกายก็จะผลิต ไบคาร์บอเนต ( bicarbonates ) มีความเป็นด่างสูง ซึ่งจะถูก ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และไหลเวียนไปทั่วร่างกายซึ่งจะเป็นผลดี แต่เราก็ไม่ไม่ควร ดื่มน้ำ ทันทีหลังจากที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่ม เพราะจะทำให้ลดความเข้มข้นของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร

     การ ดื่มน้ำ อัลคาไลน์ จะช่วยสมดุลกรดของเสียในร่างกาย และยังช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ ได้อีกด้วย

     น้ำอัลคาไลน์ ( Alkaline ) มีขนาดโมเลกุลลดลง เนื่องจากกระบวนการ อิเล็คโทรลิซิส (Electrolysis ) ทำให้ขนาดโมเลกุลลดลงเหลือ 6 โมเลกุลต่อกลุ่ม ซึ่งจะมีขนาดเล็กมากกว่าน้ำธรรมดา โดยน้ำอัลคาไลน์ ( Alkaline ) จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ต่อไปนี้

- ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เช่น กระแสเลือด และผนังเซลล์ ได้ง่ายขึ้น จึงสามารถนำสารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ เข้าสู่เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายสามารถรับสารอาหารได้ดีขึ้น ร่างกายจึงเผาผลาญอาหารได้มากขึ้น

- ช่วยขับล้างสารพิษออกจากเซลล์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากกลุ่มโมเลกุลมีขนาดเล็ก จึงซึมเข้าเซลล์ได้ง่าย และก็สามารถออกจากเซลล์ ได้ง่าย และสามารถนำเอากรดของเสียที่เซลล์เผาผลาญขับล้างออกจากเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด และขจัดออกทางไต

- ให้ความชุ่มชื้นที่ดีกว่า เพราะมีโมเลกุลน้ำที่เล็กลง ทำให้ดื่มง่ายมากขึ้น น้ำอัลคาไลน์ยังมีรสชาติดี ด้วยกลุ่มโมเลกุลเล็กลงจึงไปกระตุ้นปุ่มรับรสบนลิ้นได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายได้รับความชุ่มชื้น ทำให้ร่างกายทำงานดีขึ้น แข็งแรง

 

     การ ดื่มน้ำ อัลคาไลน์ ( Alkaline ) ยังมีประโยชน์ต่อทุกคน การเลือก ดื่มน้ำ ที่ถูกวิธีเป็นการดูแลตัวอย่างอย่างง่ายที่สุด สามารถทำตามได้ไม่ยากเพียงแค่มีวินัย และเลือกสรรการกินให้กับร่างกายของเรา เพียงเท่านี้ร่างกายของเราก็จะสึกหรอช้าลงกว่าคนที่ไม่ดูแลตัวเองค่ะ

 

สุขภาพที่ดี เริ่มได้ที่ตัวคุณ

ด้วยความปราถนาดีจาก น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

6 มาตรฐาน น้ำดื่ม ที่ดี ตามกำหนดขององค์การอนามันโลก

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ น้ำอัลคาไลน