น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง)
น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง)
น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง)

พิเศษ !! สั่งซื้อ
5 แพ็คขึ้นไป ส่งฟรี!

Health & Research


น้ำที่ไม่ควรดื่มเป็นแบบไหน
น้ำที่ไม่ควรดื่มเป็นแบบไหน

ดื่มน้ำคือชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้ว แล้วรู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำนั้น มีผลดีต่อสุขภาพ หลายคนดื่มน้ำไม่รู้ว่าสะอาดไหมวันนี้เรามาบอกน้ำที่ไม่ควรดื่มกันเพื่อปกกันโรคที่มากับน้ำและสารต่างๆ

น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายมาก ซึ่งหลายๆ ท่านทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ใช่ว่าน้ำทุกชนิดจะมีประโยชน์ น้ำบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายแน่ๆ

มาดูกันว่าน้ำที่ไม่ควรนำมาบริโภคมีลักษณะอย่างไรบ้าง

 

1.น้ำอ่อน คือ น้ำที่ไม่มีแร่ธาตุ อาจมีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง เพราะน้ำอ่อนจะทำให้ร่างกายต้องปรับตัวและดึงแร่ธาตุต่างๆ ในร่างกายออกมาใช้แบบไม่มีการหยุดพัก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ

 

2.น้ำกลั่น คือ น้ำที่บริสุทธิ์และไม่มีเกลือแร่ ซึ่งถ้าดื่มเป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ส่งผลให้ร่างกายต้องดึงแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเกลือแร่ออกมาใช้

 

3.น้ำดื่มบรรจุขวดบางชนิที่ไม่ได้ผ่านการรับรองหากมองด้วยตาเปล่าอาจดูใสสะอาด แต่ 25 เปอร์เซ็นต์ของน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นเพียงการนำน้ำประปามาใส่ขวด และปรับปรุงคุณภาพเล็กน้อยเท่านั้น ในประเทศสหรัฐฯ พบว่ามีสิ่งต่างๆ ปนเปื้อนอยู่มากกว่า 2,100 ชนิด และในจำนวนนี้ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพถึง 190 ชนิด

 

4.น้ำประปา อย่างที่เราทราบกันดีว่าเป็นน้ำที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค เช่น การซักล้าง ล้างภาชนะ ล้างรถ นำมาดื่มกิน เป็นต้น ถึงแม้จะมีคลอรีนที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ก็จริง แต่ก็มีโอกาสก่อให้เกิดสารพิษไตรฮาโรมีเทน (Trihalomethanes-THM) ที่เกิดจากคลอรีนทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในธรรมชาติ ซึ่งละลายอยู่ในน้ำ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โลหิตจาง มะเร็งลำไส้ใหญ่ สมองเสื่อม เป็นต้น

 

5.น้ำอัดลม มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ น้ำ น้ำตาล และหัวเชื้อ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ให้กลิ่น สี และกรดคาร์บอนิก น้ำอัดลมจัดเป็นน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุ เมื่อดื่มแล้วทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นออกมาใช้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น กระดูกพรุน ข้ออักเสบ ความเสื่อมต่างๆ แก่ก่อนวัย เป็นต้น

 

6.น้ำหวาน/น้ำผลไม้สำเร็จรูป คือ น้ำตาลกับสีผสมน้ำ โดยมีการแต่งกลิ่นธรรมชาติและอาจเติมวิตามินหรือแร่ธาตุปะปนอยู่บ้าง แต่จะก่อให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดีกับร่างกายในระยะยาว เช่น โรคอ้วน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า น้ำพวกนี้จะเป็นภัยต่อสุขภาพนะครับแต่น้ำที่เรากำลังแนะนำนั้นก็คือ น้ำดื่มอัลคาไลน์  ( alkalinewaterdrink )

ดีต่อสุขภาพมากที่สุด

 

     น้ำเป็นส่วนหนึ่งสำคัญของร่างกายเพราะ ร่างกายต้องก็พึ่งน้ำ เหมือนกัน ดังนั้นการดื่มน้ำ ทำให้เรามีแรง ทดแทนกับสิ่งที่ขาดหายไปนั้นเอง โดยเฉพาะนักกีฬาหรือคนที่เสียเหงื่อเป็น จำนวนมาก

 

ด้วยความปราถนาดีจาก  น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature) 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

16-10-2019
เราควรดื่มอะไรก่อนหรือหลังออกกำลังกาย
เราควรดื่มอะไรก่อนหรือหลังออกกำลังกาย

การออกำลังกายนั้นเป็นกิจกรรมที่ฮิตมากในประเทศหรือในโลกก็ว่าได้ แต่ปัญหาก่อนหรือหลัง เราควร  กินอะไรดี หรือหลังออกำลังกายเสร็จ เราจะกินอะไรดี หลายคนอาจจะไม่รู้วันนี้เรามีคำตอบ

   อาหารที่ควรกินก่อนออกกำลังกาย แน่นอนว่าต้องไม่ใช่อาหารมื้อหนัก แต่ก่อนออกกำลังกายควรกินอาหารประเภทไหน กินมากเท่าไร แล้วจะกินอะไรก่อนออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความสตรอง และเพื่อให้อาหารเหล่านั้นเข้าไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 

 

ก่อนออกำลังกาย

 

ดื่มน้ำให้พอ

        เพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ อย่างน้อย ๆ ควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 300 มิลลิลิตร และควรเป็นการดื่มน้ำในลักษณะค่อย ๆ จิบ เพื่อป้องกันอาการจุก

 

โฮลเกรน โฮลวีท

        คาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายควรได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้มีแรงออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเหล่านั้นก็ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างธัญพืชไม่ขัดสี โฮลเกรน หรือขนมปังโฮลวีทสัก 2 แผ่น เป็นต้น

 

 นมไขมันต่ำ โยเกิร์ต หรือซีเรียล

        อาหารทั้งหมดนี้อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดอะมิโนที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายมีแรงออกกำลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกกินนมสดไขมันต่ำ โยเกิร์ตไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และซีเรียลที่ให้พลังงานต่ำกว่า 200 กิโลแคลอรี

 

กล้วย

        กล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตกลุ่มดูดซึมช้า จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานก่อนออกกำลังกาย เพราะคาร์โบไฮเดรตในกล้วยจะช่วยให้ร่างกายมีแรง

ข้าวโพดต้ม

        คาร์โบไฮเดรตชนิดดีและย่อยง่ายอีกตัวหนึ่งสามารถหาได้จากข้าวโพดต้มถ้วยเล็ก ๆ นี่เลย โดยคาร์โบไฮเดรตในข้าวโพดต้มจะเปลี่ยนตัวเองเป็นพลังงานและน้ำตาลเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ขณะออกกำลังกายนั่นเอง

 

ข้าวโอ๊ต

        นับว่าเป็นเมนูที่กินก่อนออกกำลังกายจะเวิร์กมาก เพราะข้าวโอ๊ตอุดมไปทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีน และวิตามินอีกสารพัด ทำให้กล้ามเนื้อมีแรงในการออกกำลังกาย แถมข้าวโอ๊ตยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยชะลอการดูดซึมไขมันที่จะมาพอกพูนตรงหน้าท้องได้อีกด้วย

เพราะว่าอาหารพวกนี้จะมีแคลลอรี ที่เพียงพอต่อการออกำลังกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารพวก โปรตีน ที่มีพลังงานสูงๆ จะช่วย ให้เรามีแรงในการออกกำลังกายอีกด้วย

 

แล้วหลังออกกำลังกายละควรจะกินอะไรดี

 

หลังออกกำลังกาย

      ควรทานอาหารหลังออกกำลังกายให้ได้ภายใน 30-45 นาที เน้นทานอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จำพวก ข้าว เนื้อ นม ไข่ ปลา เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ร่างกายต้องการสารอาหาร นอกจากนี้การทานอาหารหลังออกกำลังกายยังช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และช่วยซ่อมแซม กล้ามเนื้อ เนื้อเยื้อ และเซลล์ต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ฮอร์โมนต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

สำคัญที่สุด  น้ำดื่ม

การดื่มน้ำ สำคัญมากๆในการออกำลังกาย  ทั้งช่วงก่อน ออกกำลังกาย หลังออกกำลังกาย และระหว่างออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่คนออกำลังกายนั้นต้องดื่มน้ำ เพราะว่าร่างกายสูญเสียน้ำไปจำนวนมากเลยทีเดียว และยิ่งเป็นน้ำดื่มที่มีประโยชน์ต่อนักกีฬาแล้วยิ่งดีใหญ่เลย  แต่เราไม่แนะนำให้กิน พวกเกลือแร่นะครับเพราะว่าในน้ำนั้นจะมีน้ำตาลที่สูงพอสมควร นะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก  น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature) 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sixpackclub

24-09-2019
น้ำเพิ่มออกซิเจนในเลือด
น้ำเพิ่มออกซิเจนในเลือด

น้ำมีความสำคัญกับทุกคนที่ต้องใช้แรงกาย มิได้มีความสำคัญแค่เพียงนักกีฬาเท่านั้น เช่น บุคคลที่ทำงานก่อสร้าง ผู้ที่ออกกำลังกาย  หรือผู้ที่มีชีวิตประจำวันที่ออกกำลังโดยมีเหงื่ออกเป็นต้น

หากไม่ให้ความสำคัญกับน้ำดื่มสำหรับผู้ใช้แรงกาย ประสิทธิผลในงานก็อาจไม่สมความปรารถนาได้ หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากแรงกาย จะต้องละเอียดรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในนักกีฬาบางครั้งอาจมีผลถึงแพ้ได้เลย โดยเฉพาะในตอนท้ายๆเกมการแข่งขันหากร่างกายมีความไม่สมดุลของน้ำในร่างกายเกิดขึ้นทั้งก่อนและระหว่างการแข่งขัน ทำให้เกิดปัญหาแก่นักกีฬาและทีมกีฬาได้

 

น้ำเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญมากแม้น้ำจะไม่ได้อยู่ในอาหารหลัก 5 หมู่ แต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ เราไม่สามารถฝืนร่างกายให้เก็บน้ำไว้มาก ๆได้ ถ้าดื่มน้ำมากเกินไปก็จะทำให้ปัสสาวะบ่อยเพื่อขับน้ำส่วนเกินออกไป

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำร้อยละ 65 - 75 ของน้ำหนักตัว น้ำในร่างกายแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

- น้ำภายในเซลล์ (Intracellular water :ICW) ซึ่งเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่
- น้ำนอกเซลล์ (Extracellular water :ECW) ซึ่งได้แก่ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำลาย ของเหลวในตา น้ำย่อย ฮอร์โมน และของเหลวที่หลั่งจากลำไส้ ไต เป็นต้น

โดยทั่วๆไปคนเราจะได้รับน้ำจาก 3 ทาง คือ

1. น้ำดื่ม ผู้ใหญ่ควรได้รับน้ำวันละ7-8 แก้ว ในระหว่างออกกำลังกายความต้องการน้ำอาจเพิ่มเป็น 5 - 6 เท่าของปกติ

2. น้ำจาก ผัก ผลไม้ ที่มีน้ำในปริมาณมาก และลักษณะของอาหาร

3. น้ำจากกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย เมื่ออาหารเข้าสู่ร่างกาย โมเลกุลของอาหารจะถูกย่อยสลายให้ได้พลังงาน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ น้ำซึ่งเกิดจากกระบวนการดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 25 ของความต้องการน้ำต่อวันในคนปกติทั่วไป
ทำไมจึงต้องดื่มน้ำโดยเฉลี่ยวันละ 7-8 แก้ว

บทบาทของน้ำต่อร่างกาย

- ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย
- เป็นตัวทำละลาย นำพาสารต่างๆไปสู่อวัยวะต่างๆของร่างกาย
- ช่วยขนส่งสารต่างๆในร่างกายเช่น อาหาร ฮอร์โมน ฯลฯ
- ช่วยรักษาความสมดุลของร่างกายเอาไว้
- ช่วยกระจายก๊าซออกซิเจน(O2) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)ผ่านผนังเซลล์
- ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
- ช่วยขับถ่ายของเสียต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ
- ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำกระแสประสาท เป็นผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อต่าง ๆ

 

การออกกำลังกายหนักแล้วน้ำหนักลดลง 2-3 กิโลกรัมภายใน1-2 วัน มักเป็นน้ำเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไขมันดังที่เข้าใจกัน หลังการรับประทานอาหารตามปกติ 1-2 วันน้ำหนักก็จะใกล้เคียงเดิมอีก
การสังเกตอาการขาดน้ำของร่างกายทั้งก่อนและหลังกิจกรรมที่หนักและเหนื่อยมากกว่าปกติ

- ปัสสาวะมีสีเข้มและปริมาณน้อยกว่าปกติ
- ผิวหนัง ปาก และคอแห้งกว่าปกติ
- กระหายน้ำบ่อย
- อุณหภูมิกายสูงกว่าปกติ เพราะมีน้ำช่วยระบายความร้อนในรูปของเหงื่อลดน้อยลง
- เป็นตะคริวในขณะใช้แรงกายอย่างต่อเนื่อง

ผลของการออกกำลังกายต่อภาวะการขาดน้ำ

ในช่วงที่มีการออกกำลังกาย ร่างกายจะสูญเสียน้ำส่วนใหญ่ทางเหงื่อ ซึ่งปริมาณที่สูญเสียนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนัก-เบาของการใช้แรงกาย อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม และความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศโดยรอบ ในวันที่อากาศแห้งการระเหยของเหงื่อที่ผิวหนังจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และการรับความชื้นของอากาศรอบ ๆ จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิได้ดี แต่ถ้าหากการออกกำลังกายที่ยาวนานในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน การเสียเหงื่อทำให้เกิดภาวะการขาดน้ำ

การชดเชยน้ำที่เสียไปในเหงื่อ

อาจมีคำถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่นักกีฬาควรดื่มเครื่องดื่มประเภท“Sports Drink” หรือ “เครื่องดื่มเกลือแร่”ในช่วงที่กระหายน้ำ โดยข้อเท็จจริงตามหลักฐานจากการวิจัยพบว่าเหงื่อประกอบด้วยน้ำ 99% และอีก 1 % เป็นอิเล็กโทรไลต์ การดื่มน้ำเย็นจะให้ผลดีที่สุด เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเกลือแร่โดยเฉพาะในความเข้มข้นสูงๆ ของเหลวจะไหลผ่านกระเพาะอาหารช้าลง ดึงน้ำจากหลอดเลือดเข้าสู่กระเพาะอาหารและลำไส้มากขึ้น จึงเป็นผลเสียแก่นักกีฬา ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำเพิ่มขึ้นส่งผลทำให้สมรรถภาพทางกายลดลง

การดื่มน้ำชดเชยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้แรงกาย

1. ในนักกีฬา ก่อนการฝึกซ้อมหรือใช้แรงกายอย่างหนัก ควรได้รับอาหารที่สมดุลน้ำให้เพียงพอ ก่อน 24 ชั่วโมงเพื่อเตรียมรับการขาดน้ำ

2. ก่อนการฝึกซ้อม 2 ชั่วโมง ควรดื่มน้ำประมาณ 500 มิลลิลิตร(C.C.) เพื่อเตรียมร่างกายมิให้ขาดน้ำและให้ร่างกายมีเวลาที่จะขับน้ำออก ในวันที่มีอากาศร้อนให้ดื่มเพิ่มอีก 250-500 มิลลิลิตร ในช่วง30 นาทีก่อนแข่ง

3. ในระหว่างการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน ควรดื่มน้ำเป็นระยะ เพื่อชดเชยกับการเสียน้ำทางเหงื่อ โดยเลือกเครื่องดื่มที่เย็นๆ ให้ดื่ม 150- 250 มิลลิลิตร ทุก 15-20 นาที

4. น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง)  ช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ลดกรดในเลือด ปรับสมดุลของร่างกาย น้ำดื่มชนิดนี้เป็นประโยชนต่อนักกีฬามากๆ

5. การดื่มน้ำชดเชย สามารถจิบบ่อยๆได้ตลอดเวลา ไม่ควรรอให้กระหายเสียก่อน เพราะการกระหายน้ำเป็นอาการที่ร่างกายได้ขาดน้ำไปล่วงหน้าแล้วนั่นเอง

6. หลังการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน ควรดื่มน้ำชดเชยในปริมาณ 150 %ของน้ำที่สูญเสียไป โดยดื่มครั้งละ 100-150 C.C.ไปเรื่อยๆใน 24 ชั่วโมงแรกเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป และป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย หรือเพื่อการแข่งในนัดต่อไปข้างหน้า

7. การกินน้ำตาลฟรุกโตสชดเชย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ร่างกายไม่หลั่งอินสุลินฮอร์โมนมาเก็บน้ำตาลเข้าเซลล์ ผลไม้ที่ให้น้ำตาลฟรุกได้แก่ แตงโม กล้วยหอม น้ำมะพร้าวอ่อน ส้ม เป็นต้น

น้ำเป็นส่วนหนึ่งสำคัญของร่างกายเพราะ ร่างกายต้องก็พึ่งน้ำ เหมือนกัน ดังนั้นการดื่มน้ำ ทำให้เรามีแรง ทดแทนกับสิ่งที่ขาดหายไปนั้นเอง โดยเฉพาะนักกีฬาหรือคนที่เสียเหงื่อเป็น จำนวนมาก

ด้วยความปราถนาดีจาก  น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature) 

                                                                                                                                                                

                                                                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูจากhonestdocs

16-09-2019
ดื่มน้ำลดความอ้วนกันเถอะ
ดื่มน้ำลดความอ้วนกันเถอะ

หนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่สาวๆ สายสุขภาพให้การยอมรับและบอกต่อกันมากก็คือ การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆแต่รู้หรือไม่?ว่าการดื่มน้ำเพื่อให้ผอม ก็ต้องมีขั้นตอนการดื่มให้ถูกต้องด้วยพร้อมทั้งการออกกำลังกายลดพุงอีกด้วย

 

1. ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอน

     โดยปกติแล้วร่างกายผู้ชายจะต้องการน้ำเปล่าประมาณ 13 แก้วต่อวัน ส่วนร่างกายผู้หญิงต้องการน้ำ 9 แก้วต่อวัน ขั้นตอนแรก เริ่มจากให้ฝึกตื่นเช้าให้เป็นนิสัย เพราะร่างกายของเรามีนาฬิกาชีวิต อวัยวะต่างๆ จะทำงานตามเวลาของมัน ซึ่งเราก็ต้องดื่มน้ำให้สัมพันธ์กับแต่ละช่วงเวลาด้วย เช้าๆ ช่วงนี้เลือดในร่างกายจะมีความข้นหนืดสูง หลังจากขาดน้ำมาทั้งคืน การดื่มน้ำในตอนนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

 

2. ช่วงสายๆ ดื่มน้ำ 2-3 แก้ว

     เวลา 08.00 น. ดื่มน้ำ 1 แก้ว โดยดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารเช้า 1 ชม. ไม่ควรดื่มก่อนกินข้าวแบบทันที เพราะจะทำให้น้ำย่อยมีความเจือจางลง ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ถัดมา เวลา 09.00-11.00 น. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ในช่วงเวลานี้ พอทำงานเต็มที่ก็จะมีของเสียเกิดขึ้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อชำระล้างของเสียเหล่านั้นออกไปจากร่างกาย

 

3. ดื่มน้ำก่อนมื้อเที่ยง

     เวลา 12.00 น. เที่ยงวัน ให้ดื่มน้ำ 1/2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหาร 1 ชม. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ จิบน้ำล้างปากได้เล็กน้อย ไม่ควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ย่อยอาหารไม่ดีเท่าที่ควร

 

4. ช่วงบ่าย ดื่มน้ำ 2-3 แก้ว

      เวลา 13.00-16.00 น. ดื่มน้ำ 2 แก้ว ไม่ต้องดื่มน้ำรวดเดียวทั้ง 2 แก้วนะ แต่ให้ใช้การจิบน้ำระหว่างวันไปเรื่อยๆ เพื่อดับกระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ ยิ่งใครที่นั่งทำงานในห้องแอร์ ผิวจะแห้ง หยาบกระด้างได้ง่าย จึงควรเติมน้ำให้ผิวในช่วงนี้

 

5. ดื่มน้ำก่อนมื้อเย็น 1-2 แก้ว

     เวลา 17.00-19.00 ช่วงเย็นควรแบ่งเวลาไปออกกำลังกาย และก่อนจะทานมื้อเย็น ให้ดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 ชม. ในปริมาณ 1-2 แก้ว 

ถัดมาในช่วงหัวค่ำ เวลา 19.00-21.00 น. ให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว โดยใช้การจิบน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ระบบเลือด ระบบลำไส้ทำงานได้ดี

 

6. ก่อนนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว

     ในแต่ละวัน ควรเข้านอนเวลา 23.00 น. หรือไม่เกินเที่ยงคืน โดยก่อนจะนอน 1 ชม. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้ แต่ไม่ควรดื่มใกล้เวลานอนเกินไป เพราะจะทำให้ปวดปัสสาวะกลางดึก รบกวนการนอน ทำให้นอนหลับไม่สนิทได้

 

7. ทำไมการดื่มน้ำ ช่วยลดความอ้วน?

      ดื่มน้ำเยอะๆ มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายของเราให้ลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชม. ก็จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ด้วย อีกทั้งช่วยในการย่อยอาหารให้ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

 

     แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป (ไม่ควรเกิน 10 แก้วต่อวัน) เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ทำให้เซลล์บวมน้ำ อาการต่อมาคือปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนได้และต้องดื่มน้ำที่ดีด้วย  น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง)

 

     น้ำดื่มอัลคาไลน์(น้ำด่าง) คือน้ำดื่มสะอาดที่มีค่า pH เป็นด่าง (มากกว่า pH 7)ซึ่งสภาพความเป็นด่างนั้น มีส่วนในการช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆช่วยในการดูดซึมเข้าไปจับไขมันส่วนเกิน และโลหะหนักในร่างกายได้ดีขึ้นและยังประกอบด้วยแร่ธาตุสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายต้องการมากมายจึงช่วยปรับสมดุล และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ

 

ท่าออกกำลังกาย ลดหน้าท้อง แบบเร่งด่วน! พุงยุบ ต้นขากระชับ

 ท่าแรก นอนราบไปกับพื้น ตีขาขึ้นลงซ้ายขวา ทำในความเร็วที่พอดี ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้ง ท่านี้จะช่วยให้หน้าท้องเกร็งและต้นขากระชับขึ้น

ท่าที่ 2 Plank นอนคว่ำหน้า ตั้งศอกดันพื้นแล้วเหยียดตัวตรงให้ขนานกับพื้นค่ะ ทำ 5 เซ็ต ครั้งละ 1 นาทีค่า ท่านี้จะช่วยให้แขน ต้นขา และหน้าท้อง ของเราเกร็งทุกสัดส่วนค่า

 ท่าที่ 3 นั่งตัวงอ เป็นรูปตัว V เหยียดแขนตรง ดันเข่าเข้าหาตัวสลับซ้าย ขวา ทำในความเร็วที่พอดีนะคะ ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้ง ท่านี้ช่วยให้หน้าท้องเกร็งกระชับขึ้น

 ท่าที่ 4 ท่าสุดท้าย นอนราบกับพื้นแล้ว งอขาขึ้น เอนขาไปด้านซ้ายให้สุดแล้วทำกลับมาด้านขวาสลับกันค่ะ ทำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้ง ท่านี้ก็จะช่วยให้ต้นขากระชับพร้อมยืดหยุ่นหน้าท้องไปด้วยค่า

 

    การดื่มน้ำนั้นก็สำคัญมาก ต้องมีน้ำที่สะอาด และมีประโยชน์สูงสด ใครที่ทกำลังมองหา เครื่องกรองน้ำหรือ น้ำดื่มเป็นแพ็คๆ สะอาดมีประโยชน์ที่สุด

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก  น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature) 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  thairat

06-09-2019